กรกฎาคม 9, 2009 โดย jarunee
พัฒนาการในวัยต่าง ๆ
พัฒนาการในวัยต่าง ๆ
พัฒนาการในวัยต่าง ๆ ของลูกน้อยนั้นเราสามารถแบ่งได้เป็นช่วงสำคัญ ๆ ได้ดังต่อไปนี้
1.วัยทารก (Infant) ซึ่งเป็นวัยตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่ง 1 ปี รากศัพท์ของคำว่า “infant”มาจากคำว่า “infan” ซึ่งมีความหมายว่าไม่สามารถพูดได้
2.วัยเตาะแตะ (Toddlers) ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ช่วงได้แก่ วัย 1 – 2 ปี ซึ่งเป็นวัยที่อยู่ระหว่างวัยทารกกับวัยเด็ก และมีความหมายถึงเด็กที่กำลังหัดเดิน วัยนี้เด็กในวัยเตาะแตะยังเป็นวัยที่เริ่มรู้จักการเรียนรู้กฎทางสังคม นอกจากนี้ยังเป็นวัยที่เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาด้วย ในวัยนี้พ่อแม่มักพบปัญหาเกี่ยวกับความเจ้าอารมณ์ของเจ้าตัวน้อย ซึ่งจะรู้จักกันใน “The terrible twos” ปัญหาดังกล่าวมักเกิดเนื่องมาจากความอยากรู้อยากลองสิ่งแวดล้อมรอบตัว ความเป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่สำคัญในวัยนี้ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลก็ได้แก่การหัดให้หนูน้อยรู้จักการใช้ห้องน้ำ เพื่อให้รู้จักการควบคุมการขับถ่ายอย่างถูกสุขลักษณะ และช่วงวัย 2 – 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เด็กนั้นเริ่มปีนป่าย วิ่ง สามารถเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ กินอาหารด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมพัฒนาของเด็กวัยนี้ได้ด้วยการเลือกหนังสือที่มีสีสันสวยงามอ่านให้เจ้าตัวน้อยได้ฟังทุก ๆ วันก่อนนอน การเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้แก่เค้าโดยการระบายสีด้วยสีที่มีขนาดใหญ่ การร้อยลูกปัด (เพื่อเสริมพัฒนาการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตา)
3.วัยก่อนวัยเรียน (preschool) เด็กวัย 3 – 5 ปี วัยนี้จะเรียนรู้กฎระเบียบทางสังคมมากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การปฏิสัมพันธ์ ซึ่งรวมถึงภาษา และอารมณ์ด้วย การเสริมพัฒนาการในวัยนี้เราต้องให้อิสระอย่างมีขอบเขต วัยนี้ต้องมีการเสริมพัฒนาการเพื่อให้เซลสมองที่สร้างขึ้นมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายซึ่งเป็นสิ่งบ่งถึงความฉลาด (มีการวิจัยพบว่าจำนวนของเครือข่ายเซลสมองมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโดยตรงมากกว่าจำนวนของเซลสมอง) เนื่องจากในวัยนี้มีการสร้างเซลสมองอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุให้การให้การศึกษาในระยะเวลาสั้น ๆ ของวัยนี้มีผลอย่างมากกับพัฒนาการในระยะยาว ดังนั้นจึงมีโรงเรียนในแนวต่าง ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกกันมากมายในปัจจุบัน
4.ปฐมวัย (Elementary school) วัย 5 – 12 ปี เป็นวัยที่เริ่มรู้จักระเบียบทางสังคม มีการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน และความรู้ทางคณิตศาสตร์ วัยนี้คุณพ่อคุณแม่ควรมีส่งเสริมระเบียบวินัยให้แก่ลูกน้อย และร่วมกับทางโรงเรียนเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกให้สอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน
จากพัฒนาการในวัยต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่สละเวลาเพื่อเสริมพัฒนาการในทุก ๆ ด้าน รวมถึงพัฒนาการทางจริยธรรมของลูกน้อยที่เรารักวันละเล็กละน้อยลูกของเราก็จะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข
ป้ายกำกับ: กล้ามเนื้อ, การศึกษา, กิจกรรม, ทารก, ปฐมวัย, พัฒนาการ, วัยก่อนวัยเรีน, วัยเตาะแตะ, วัยเรียน, วินัย, สมอง, สังคม
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
กรกฎาคม 9, 2009 โดย jarunee
ในปัจจุบันนี้ จะพบว่ามีการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ มากมายจนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่แน่ใจว่าแบบใดดี ก่อนอื่น เราต้องมาดูงานวิจัยเกี่ยวกับสมองของเด็กในวัยต่าง ๆ โดยรวมจะสรุปว่า เซลสมองของคนเราเมื่ออายุ 6 ขวบ จะมีน้ำหนักประมาณ 1200 กรัม ซึ่งคิดเป็น 86% ของเซลสมองของ ดังนั้นในการพัฒนาสมองของคนเราให้ได้ประสิทฺธิภาพมากที่สุดจะอยู่ในช่วง 8 ปีแรกเท่านั้น นั่นหมายความว่าเด็กทุกคนมีสมองที่มีศักยภาพ แต่เราจะเสริมหรือพัฒนาให้เค้าอย่างถูกวิธีได้อย่างไร
สมองของคนเราประกอบด้วยสมอง 2 ส่วน นั่นคือสมองซีกซ้าย และซีกขวา ซึ่ง 95% ของเด็กจะใช้สมองซีกซ้าย และขาดการพัฒนาการใช้สมองซีกขวา ซึ่งสมองในแต่ละด้านมีศักยภาพและฟ้งก์ชั่นการใช้งานที่ต่างกัน (สมองซีกซ้าย จะเกี่ยวกับการวิเคราะห์, ตรรกะ, ภาษา และ เสียง ส่วนสมองซีกขาว เกี่ยวกับจินตนาการ, ดนตรี, เหตุผล และการสังเคราะห์ข้อมูล) ดังนั้นเราจึงควรกระตุ้นให้เด็กมีการใข้สมองทั้งสองด้านพร้อมกัน
โดยปกติสมองซีกซ้ายจะถูกกระตุ้นอยู่แล้วดังนั้นเราจึงมาดูเพียงการกระต้นสมองซีกขวา ซึ่งการกระตุ้นสมองซีกขวาทำได้โดยการสร้างจินตนาการ ซึ่งเราสามารถเสริมได้ทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับศิลป การปั้น การเล่นแบบเลียนแบบ การเรียนดนตรี และการเรียนจินตคณิต กิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วยกเว้นการเรียนจินตคณิต ซึ่งโดยปกติคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป้าหมายของการเรียนจินตคณิตคือการให้เด็กคิดเลขเร็ว แต่จินตคณิตมีความหมายมากกว่านั้น จินตคณิต คือการนำเอาลูกคิดเป็นสื่อเพื่อให้เด็กฝึกการใช้สมองซีกขวา ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อให้เด็กเกิดความเคยชินในการใช้สมองทั้งสองด้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทดสอบเกี่ยวกับสมองนั้นเป็นเรื่องยาก จึงมีการจัดการแข่งขันคณิตคิดเร็วจึงเกิดขึ้นเพียงเพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางการพิสูจน์ เมื่อสมองทั้งสองด้านถูกใช้ศักยภาพต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นซึ่งได้แก่สมาธิ, ความจำ, ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และ การประมวลข้อมูล อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจ การแปลงข้อมูลต่าง ๆ เป็นภาพ ให้กับเด็กอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีเหนือสิ่งอื่นใด การดูแลเอาใจใส่ ของพ่อแม่ และการสร้างวินัยให้แก่เด็กเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กนั้นเพิ่มศักยภาพของตนเองมากที่สุด
ป้ายกำกับ: การศึกษา, กิจกรรม, คณิต, คณิตคิดเร็ว, งานวัจัย, จินตคณิต, ศักยภาพ, สมอง, สมาธิ, หลักสูตร, เซลสมอง, eductaion
บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
กรกฎาคม 8, 2009 โดย jarunee
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
บันทึกโพสใน Uncategorized | 1 ความคิดเห็น »