จินตคณิตกับสมอง

By jarunee

     ในปัจจุบันนี้ จะพบว่ามีการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ มากมายจนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่แน่ใจว่าแบบใดดี ก่อนอื่น เราต้องมาดูงานวิจัยเกี่ยวกับสมองของเด็กในวัยต่าง ๆ โดยรวมจะสรุปว่า เซลสมองของคนเราเมื่ออายุ 6 ขวบ จะมีน้ำหนักประมาณ 1200 กรัม ซึ่งคิดเป็น 86% ของเซลสมองของ ดังนั้นในการพัฒนาสมองของคนเราให้ได้ประสิทฺธิภาพมากที่สุดจะอยู่ในช่วง 8 ปีแรกเท่านั้น นั่นหมายความว่าเด็กทุกคนมีสมองที่มีศักยภาพ แต่เราจะเสริมหรือพัฒนาให้เค้าอย่างถูกวิธีได้อย่างไร

     สมองของคนเราประกอบด้วยสมอง 2 ส่วน นั่นคือสมองซีกซ้าย และซีกขวา ซึ่ง 95% ของเด็กจะใช้สมองซีกซ้าย และขาดการพัฒนาการใช้สมองซีกขวา ซึ่งสมองในแต่ละด้านมีศักยภาพและฟ้งก์ชั่นการใช้งานที่ต่างกัน (สมองซีกซ้าย จะเกี่ยวกับการวิเคราะห์, ตรรกะ, ภาษา และ เสียง ส่วนสมองซีกขาว เกี่ยวกับจินตนาการ, ดนตรี, เหตุผล และการสังเคราะห์ข้อมูล)           ดังนั้นเราจึงควรกระตุ้นให้เด็กมีการใข้สมองทั้งสองด้านพร้อมกัน

     โดยปกติสมองซีกซ้ายจะถูกกระตุ้นอยู่แล้วดังนั้นเราจึงมาดูเพียงการกระต้นสมองซีกขวา ซึ่งการกระตุ้นสมองซีกขวาทำได้โดยการสร้างจินตนาการ ซึ่งเราสามารถเสริมได้ทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับศิลป การปั้น การเล่นแบบเลียนแบบ การเรียนดนตรี และการเรียนจินตคณิต กิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วยกเว้นการเรียนจินตคณิต ซึ่งโดยปกติคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป้าหมายของการเรียนจินตคณิตคือการให้เด็กคิดเลขเร็ว แต่จินตคณิตมีความหมายมากกว่านั้น จินตคณิต คือการนำเอาลูกคิดเป็นสื่อเพื่อให้เด็กฝึกการใช้สมองซีกขวา ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อให้เด็กเกิดความเคยชินในการใช้สมองทั้งสองด้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทดสอบเกี่ยวกับสมองนั้นเป็นเรื่องยาก จึงมีการจัดการแข่งขันคณิตคิดเร็วจึงเกิดขึ้นเพียงเพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางการพิสูจน์ เมื่อสมองทั้งสองด้านถูกใช้ศักยภาพต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นซึ่งได้แก่สมาธิ, ความจำ, ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และ การประมวลข้อมูล อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจ การแปลงข้อมูลต่าง ๆ เป็นภาพ ให้กับเด็กอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีเหนือสิ่งอื่นใด การดูแลเอาใจใส่ ของพ่อแม่ และการสร้างวินัยให้แก่เด็กเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กนั้นเพิ่มศักยภาพของตนเองมากที่สุด

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น